รถยนต์

คุณรู้จัก รถ ของคุณมากแค่ไหน

ปัญหาของรถที่เกิดขึ้นในขณะขับขี่ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ผู้ขับขี่ไม่ได้ตรวจสภาพก่อนใช้งาน บางท่านไม่มีความรู้พื้นฐานเรื่องรถยนต์เลย ได้แต่ขับอย่างเดียว แม้แต่คู่มือการใช้รถก็ไม่เคยอ่าน ความจริงแล้วเรื่องการตรวจรถไม่ใช่เรื่องยากผู้ขับขี่ทุกท่านสามารถตรวจได้ด้วยตัวเอง ก่อนที่ผมจะแนะนำวิธีการตรวจสภาพรถแบบง่าย ๆ ผมขอตั้งคำถามให้ท่านตอบเกี่ยวกับรถคันที่ท่านขับ ดังนี้

  1. รถที่ท่านขับเป็นรถอะไร รถเก๋ง รถปิกอัพหรือรถตู้ >>
  2. รถที่ท่านขับใช้เครื่องยนต์เบนซิน (แก๊สโซลีน) หรือเครื่องยนต์ดีเซล บางคนยืมรถเก่าเขามาใช้ไปเติมน้ำมันที่ปั๊ม เด็กปั๊มเติมน้ำมันผิดก็มี อาจจะเนื่องมาจากการเผอเรอของเด็กปั๊มหรือผู้ขับขี่
  3. รถที่ท่านขับ เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง หรือขับเคลื่อนสี่ล้อ ถ้าขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นแบบบางเวลาหรือตลอดเวลา
  4. รถที่ท่านขับเป็นเกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต เกียร์ออโตแบบธรรมดาหรือซีวีที
  5. รถที่ท่านขับล้อหน้าเป็นดิสก์เบรก ล้อหลังเป็นดรัมเบรกหรือดิสก์เบรกทั้งสี่ล้อ
  6. รถที่ท่านขับติดตั้งระบบเบรกเอบีเอสหรือไม่ ถ้าติดตั้งเป็นแบบสามช่องหรือแบบสี่ช่อง
  7. รถที่ท่านขับเป็นพวงมาลัยเพาเวอร์แบบใช้น้ำมันหรือแบบใช้ไฟฟ้า
  8. เครื่องยนต์ในรถของท่านใช้ เฟืองไทมิ่ง โซ่ไทมิ่ง หรือสายพานไทมิ่ง

ข้อควรระวัง

รถที่ใช้สายพานไทมิ่ง ถ้าสายพานขาดขณะที่เครื่องยนต์ทำงานจะทำให้วาล์วสูบหนึ่งสูบใดคด วิธีสังเกตว่ารถใช้สายพานไทมิ่ง หรือโซ่ไทมิ่ง ถ้าฝาครอบเฟืองเพลาลูกเบี้ยวเป็นอะลูมิเนียม แสดงว่าใช้โซ่ไทมิ่ง แต่ถ้าฝาครอบเป็นพลาสติกแสดงว่าใช้สายพานไทมิ่ง

  1. รถของท่านใช้เครื่องยนต์ดีเซลติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์หรือไม่ ถ้าติดเป็นเทอร์โบแบบธรรมดาหรือเทอร์โบแบบแปรฝัน

              ข้อสังเกต

รถที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบแปรผัน เมื่อบิดสวิตช์กุญแจมาที่ตำแหน่ง ON จะได้ยินเสียงดังจากการทำงานของมอเตอร์ ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

พื้นฐาน การความรู้ ทั้ง 9 ข้อ นี่จะ นำไป สู่การ บำรุงรักษา อย่างถูกวิธี เพื่อให้ รถของ ท่าน สามารถ รับใช้ ท่าน ไปได้ อย่าง ยาวนาน หรือ หาก มี เหตุ ฉุกเฉิน ท่าน จะสามารถ ให้ ข้อมูล พื้นฐานได้ เพื่อ ช่าง หรือ ผู้ที่จะ ช่วยเหลือ จะ นำเครื่องมือ ที่ถูกต้อง มาช่วยแก้ไข ได้ อย่าง รวดเร็ว