เบรก ส่วนสำคัญของรถ

เบรกแล้วดึง
หน้าที่ของเบรกก็คือ  ทำให้รถหยุด  หากเบรกแล้วรถไม่ยอมหยุดย่อมเป็นเรื่องแน่นอน  แต่จะยิ่งเป็นอันตรายกว่าเบรคแล้วรถแถไปด้านใดด้านหนึ่งเพราะจะทำให้การควบคุมทิศทางขณะเบรคได้ลำบาก  ยิ่งเบรคแล้วแถไปหารถที่มีล้อเยอะแยะซึ่งวิ่งสวนทางมา…อันนี้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่
อาการเบรกแล้วรู้สึกพวงมาลัยถูกดึงไปทิศทางใดทิศทางหนึ่งอันดับแรกเลยควรตรวจเช็คลมยางกันก่อน  หากแรงดันลมยางระหว่างล้อซ้ายกับล้อขวาไม่เท่ากัน  ก็อาจเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดอาการเช่นนี้ได้  หรือพวกลูกหมากกับบู๊ชปีกนกมีปัญหา  ลูกปืนล้อหลวมคลอน  ก็เกิดอาการขึ้นได้เหมือนกัน  แต่ที่มักเป็นปัญหามากที่สุดมักเกิดขึ้นจากการทำงานของแม่ปั๊มคาลิเปอร์เบรคหน้า  ลูกปั๊มตัวใดตัวหนึ่งอาจจะเกิดการติดขัดแล้วล็อคค้างไม่คืนตัว  อันเกิดขึ้นจากลูกถ้วย  เบรกเป็นสนิมเนื่องจากยางกันฝุ่นหลุดหรือฉีกขาด  และบางทีก็เป็นที่สายอ่อนน้ำมันเบรกอุดตันหรือบวม  ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการสึกหรอของผ้าเบรก  จะพบว่ามีการสึกหรอมากว่าผ้าเบรกแผ่นอื่น
เบรคแล้วล้อล็อค
การเบรคแล้วล้อเกิดอาการล็อคขึ้นมาแม้จะมีระเบรค ABS  มาช่วยงานแล้วก็ตาม  หากเป็นที่ระบบเบรค ABS  เองก็ควรจะมีไฟเตือน  ABS  ติดโชว์อยู่ที่แผงหน้าปัด  แต่หากไม่มีไฟเบรกโชว์ก็น่าจะเป็นเรื่องของการทำงานของเบรคเอง  ซึ่งก็ไม่พ้นพวกสายอ่อนท่อทางเดินน้ำมันเบรก  ตัวปั๊ม  วาล์วควบคุมแรงดัน  และมีไม่น้อยเหมือนกันที่อาการล้อล็อคเกิดขึ้นจากยางที่ใกล้จะหมดอายุ

10 สัญญาณเตือนเพื่อความปลอดภัย ขณะขับรถ

มีผู้ใช้รถจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาจากการขับรถ โดยไม่คาดหมายมาก่อน

ในกรณีที่ไม่ร้ายแรงมากอาทิ เครื่องยนต์ดับ สตาร์ตไม่ติด ทำให้เสียทั้งเวลาและเงิน หรืออาจจะเกิดอุบัติเหตุร้านแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่ก่อนที่ปัญหาต่าง ๆ จะเกิดขึ้นมักจะมีสัญญาณไฟที่มีรูปสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ เช่น การเตือนระบบเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ระบบเบรก ระบบส่งกำลัง แรงดันลมยาง เป็นต้น

ปรากฏบนเกือบทุกส่วนของรถเพื่อแสดงให้ผู้ขับขี่เห็นก่อน สำหรับรถทั่วไปที่ไม่ใช่รถหรูราคาแพงมักจะแสดงไว้เฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งมีประโยชน์สำหรับเจ้าของรถ ดังนี้ สัญญาณเตือนไฟ รถ

1. ไฟเตือนเครื่องยนต์ (รูปเครื่องยนต์)

ในปัจจุบันไฟสัญญาณเตือนความผิดปกติของเครื่องมักจะแสดงสีส้ม หรือสีเหลืองขึ้นมาก่อน นั่นแสดงว่ามีความบกพร่องเกิดขึ้นในระบบเครื่องยนต์ต้องนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจหาสาเหตุแต่หากสีแดงปรากฏขึ้นย่อมบ่งบอกว่าผู้ขับขี่กำลังประสบปัญหาใหญ่เกิดขึ้นกับเครื่องยนต์ การขับรถต่อไปอาจจะส่งผลให้เครื่องยนต์เสียหายได้ จำเป็นต้องดับเครื่องยนต์ให้เร็วที่สุด จึงควรเลี้ยวเข้าข้างทางจอดตรงที่ปลอดภัยแล้วดับเครื่องทันทีจากนั้นเรียกให้ช่างมาดู

2. สัญญาณเตือนระดับน้ำมันเครื่อง (รูปกาน้ำมันเครื่อง)

แสดงว่าระดับน้ำมันเครื่องต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากการรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง ต้องหยุดการใช้รถและตรวจสอบก่อนที่ปัญหาจะลามไปถึงชิ้นส่วนเคลื่อนไหวที่ต้องการหล่อลื่น

3. สัญญาณเตือนจากระบบหล่อเย็น (Temp.)

เห็นได้จากเข็มชี้แสดงความร้อนของอุณหภูมิน้ำหล่อเย็นที่มีเข็มชี้แสดงอุณหภูมิโดยมีรูปปรอทปรากฏอยู่ พร้อมสัญญาณไฟสีแดง ตามปกติเข็มวัดความร้อนของน้ำหล่อเย็นมักจะชี้อยู่ตรงกึ่งกลาง หรืออุณหภูมิปฏิบัติการของเครื่องอยู่ที่ 90 องศา ในกรณีที่อุณหภูมิขึ้นสูงผิดปกติอาจมีสาเหตุจากน้ำรั่ว ท่อยางแตก ปั๊มน้ำไม่ทำงานหรือรั่วซึม วาล์วน้ำไม่ทำงาน หากปล่อยไปอาจถึงขั้นลูกสูบบวมติดหรือฝาสูบโก่ง

4. สัญญาณเตือนไฟชาร์จ (รูปแบตเตอรี่)

แสดงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับการชาร์จไฟ สาเหตุอาจมาจากสายไฟขาด ปลั๊กหลวม หรือแผงชุดควบคุมการผลิตกระแสไฟมีปัญหาอันเกิดจากมีอุปกรณ์พิเศษติดเพิ่มเติมซึ่งกินกระแสไฟมากเกินกว่ากำลังการผลิตของอัลเทอร์เนเตอร์ (ทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าผลิตไฟให้รถใช้งานทั้งคัน) จนระบบควบคุมการผลิตกระแสไฟมีปัญหาอันเกิดจากมีอุปกรณ์พิเศษติดเพิ่มเติมซึ่งกินกระแสไฟมาเกินกว่ากำลังการผลิตของอัลเทอร์เนเตอร์ (ทำหน้าที่เป็นโรงไฟฟ้าผลิตไฟให้รถใช้งานทั้งคัน) จนระบบควบคุมการผลิตกระแสไฟเสียหาย ในกรณีนี้กระแสไฟสำรองในแบตเตอรี่จะถูกดึงเอาไฟออกมาใช้จนหมด ท้ายที่สุดเครื่องจะสตาร์ทไม่ติดสำหรับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2 ปี

5. สัญญาณเตือนเบรก (รูปเบรก)

มักจะปรากฏขึ้นเมื่อระดับน้ำมันเบรกพร่องลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากการรั่วซึม

6. ABS ระบบการป้องกันเบรกล็อก

อันตรายมากหากระบบไม่ทำงาน เพราะในการขับขี่บางครั้งต้องเหยียบเบรกกะทันหันซึ่งส่งผลให้ล้อข้างหนึ่งข้างใดล็อกรถจะเสียการทรงตัว หากผู้ขับขี่ต้องเผชิญกับสภาพถนนที่ลื่นรถจะหมุนเหวี่ยงออกนอกเส้นทาง สัญญาณไฟเตือนระบบ ABS จะปรากฏขึ้นเมื่อระบบมีปัญหา ต้องนำรถเข้าศูนย์ทันที

7. สัญญาณวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิง (รูปปั๊มน้ำมัน)

ปัจจุบันมีระบบสมองกลเข้ามาช่วยคำนวณปริมาณน้ำมันที่เหลืออยู่ในถึงและบอกระยะทางที่จะวิ่งว่าสามารถวิ่งไปได้อีกกี่กิโลเมตร หากเข็มวัดน้ำมันตกลงถึงขีดล่างสุดและไฟสีแดงปรากฏขึ้น นั่นแสดงว่ามีน้ำมันเหลืออยู่ประมาณ 5 – 6 ลิตรรถจะวิ่งไปได้อีกประมาณ 50 กม. ในสภาพการจราจรปกติไม่ติดขัด ไม่ควรใช้จนน้ำมันหมดถัง ก่อนเข้าบ้านควรเติมน้ำมันให้เต็มถึงอยู่เสมอเพื่อความพร้อมในการใช้งาน นอกจากนี้พื้นที่ว่างเปล่าในถังน้ำมันมักจะมีอากาศเข้าไปแทนที่ ช่วงเวลาดึกและอากาศเย็นอาจจะส่งผลให้อากาศเย็นอาจจะส่งผลให้อากาศควบตัวเป็นหยดน้ำ ไหลลงสู่ก้นถึงน้ำมัน เมื่อปนเข้าสู่ท่อส่งน้ำมันอาจทำให้เครื่องยนต์สะดุดได้

8. มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ (รูปมาตรวัดเครื่องยนต์ มีโซนสีแดงแสดงที่รอบสูงสุด)

การสตาร์ตเครื่องยนต์ครั้งแรกช่วงเวลาเช้ารอบของเครื่องยนต์จะสูงขึ้นเกือบ 2,000 รอบ/นาที แต่เมื่ออุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นสูงขึ้นอยู่ในระดับ 90 องศา รอบเดินเบาของเครื่องยนต์จะลดลงเป็นปกติที่ 800 รอบ/นาที มาตรวัดรอบเครื่องยนต์นี้เตือนให้ผู้ขับขี่ระวังอย่างเร่งรอบเครื่องยนต์สูงเกินพิกัด ซึ่งบนมาตรวัดจะมีแถบสีแดงแสดงอยู่ 9. สัญญาณคาดเข็มขัดนิรภัย (รูปคนคาดเข็มขัด) สัญญาณไฟรูปคนคาดเข็มขัดนิรภัยจะปรากฏขึ้น กะพริบ และเสียงเตือนดังติ๊ด ๆ ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ เตือนให้คาดเข็มขัด การคาดเข็มขัดนิรภัยจะช่วยลดความสูญเสียได้หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา

10. สัญญาณเตือนประตูปิดไม่สนิท (รูปประตูรถเปิดทั้งบาน)

เมื่อมีไฟสัญญาณประตูปิดไม่สนิทปรากฏขึ้นให้หยุดรถจัดการตรวจสอบประตูบานที่ยังปิดไม่สนิทปรากฏขึ้นให้หยุดรถจักการตรวจสอบประตูบานที่ยังปิดไม่สนิทแล้วปิดให้เรียบร้อยจนสัญญาณไฟดับ เพราะประตูที่ปิดไม่สนิทเมื่อเบรกรถอย่างแรงประตูอาจถูกเหวี่ยงเปิดออกไปขวางเส้นทางรถที่ตามมาด้านข้างหรือมอเตอร์ไซค์ที่กำลังจะแซงขึ้นมา รถที่มีสภาพเก่าจึงต้องหมั่นตรวจการทำงานของไฟสัญญาณประตูเสมอ ๆ

ทำความสะอาดภายในรถยนต์

การทำความสะอาดรถยนต์ภายในสิ่งสำคัญมาก

รู้หรือเปล่าว่าในรถเรามีฝุ่นเยอะขนาดไหนซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ครับ การทำความสะอาดรถยนต์ภายในควรทำอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง ส่วนที่ต้องทำความสะอาด คือ เบาะรถยนต์ และ พรมรถยนต์ หนังหุ้มพวงมาลัย สำหรับคนที่ไม่มีเวลาอาจจะนำรถยนตร์ของตัวเองไปเข้าคาร์แคร์ก็ได้ครับ แต่ถ้าใครมีเวลาทำเองก็มาดูวิธีการทำความสะอาดรถยนต์ภายในกันเลยครับ

วิธีการทำความสะอาดรถยนต์ภายใน

1.เก็บขยะและของที่ไม่ได้ใช้ในรถของเราให้หมด หลังจากนั่นใช้เครื่องดูดฝุ่นตามที่ต่างๆภายในรถ ถ้าไม่มีเครื่องดูดฝุ่นและฝุ่นภายในรถมีไม่มาก เราสามารถใช้กระดาษกาวพันรอบมือและนำส่วนที่เป็นกาวเหนียวๆไปแปะตามที่มีฝุ่นหรือเศษขยะเพื่อให้เศษขยะติดกระดาษกาวออกมา หลังจากนั่นใช้ผ้าชุบน้ำแล้วเช็ดอีกรอบ

2.หากพรมเปียกน้ำเล็กน้อย ควรใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชูซับน้ำ หลังจากนั่นนำรถไปจอดตากแดดโดยเปิดกระจกรถทิ้งไว้ ความร้อนจะช่วยทำให้น้ำแห้งและลดกลิ่นอับได้ นอกจากนั่นความร้อนยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียต่างๆได้อีกด้วย

3.หมากฝรั่งติดพรม ให้ใช้น้ำแข็งประคบที่หมากฝรั่ง เพื่อให้หมากฝรั่งเย็นตัวแล้วจึงใช้ช้อนขูดออก หรือ ป้องกัน โดยการปูพรมรถยนต์ แบบปิด

4.ถ้าพรมเปื้อนสารเคมี เช่น พวกน้ำยาทาเล็บ จารบี ควรใช้แชมพูสำหรับซักพรมล้างออก แล้วนำรถไปตากแดดโดยเปิดประตูหรือหน้าต่างรถ

5.วิธีการทำความสะอาดผ้าเบาะ นำรถไปจอดตากแดดแล้วเปิดประตูรถทุกบาน ใช้ไม้ที่ทำจากหวายตีที่เบาะทุกเบาะ จะเห็นได้ว่ามีฝุ่นออกมาจำนวนมากดังนั่นคนตีจึงควรอยู่ที่ต้นลมเพื่อที่จะได้ไม่สูดดมฝุ่นเข้าไป

6.วิธีทำความสะอาดเบาะหนังรถยนต์ แท้และเทียม ใช้ฟองน้ำชุบน้ำสบู่อ่อนหรือชุบน้ำยาอเนกประสงค์ บิดหมาดๆแล้วเช็ดตามเบาะ หลังจากนั่นนำฟองน้ำชุบน้ำสะอาดแล้วบิดหมาดๆมาเช็ดเบาะอีกครั้ง หลังจากนั่นรอให้เบาะแห้งแล้วจึงใช้น้ำยาเคลือบเงาเช็ดเบาะให้ทั่วแล้วปล่อยให้น้ำยาเคลือบเงาแห้งด้วยตัวมันเอง

7.ใช้น้ำยาเคลือบเงาเคลือบเงาที่แผงหน้าปัดรถ และที่แผงประตูรถส่วนที่เป็นไวนีล 

หากไม่ต้องการทำความสะอาดบ่อยบ่อย สามารถป้องกันได้ โดย ปูพรมรถยนต์ แบบปิด และ หุ้มเบาะรถยนต์ แบบถอดซักได้ นอกจากจะป้องกัน เบาะเดิมแล้ว ยังทำให้เบาะดูใหม่เสมอ ขายได้ราคาอีกด้วย

Repair Express

“ความมุ่งมั่นของเราที่จะให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จ ไม่เพียงแต่ในเชิงธุรกิจเท่านั้น แต่ต้องการให้เกิดประโยชน์มากที่สุดต่อทั้งผู้ใช้บริการและต่อสังคม โดยมีส่วนช่วยสภาพแวดล้อม ไม่ให้เกิดขยะในการทำงานมากเกินความจำเป็น ดังนั้นจึงเป็นที่มาของ Repair Express  ซึ่งหมายถึงการคำนึงถึงการซ่อมเป็นสำคัญก่อนที่จะเปลี่ยน เพราะถ้าซ่อมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนใหม่ก็เป็นผลดีต่อโลก ไม่รบกวนโลกมากจนเกินไป”

ระยะหลังทั่วโลกรวมถึงที่ศูนย์ซ่อมเบาะของบริษัทเราให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ร้าน Repair Express จึงมีแนวคิดในการทำงานว่า สินค้าที่เป็นมิตรต่อโลกมากที่สุดก็คือน่าจะเป็นสินค้าที่มีอยู่แล้ว นั่นหมายถึงการซ่อมแซมของเดิมให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยที่นี่ใช้ผลิตภัณฑ์และสีน้ำสูตรพิเศษมาตรฐานจากประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่มีกลิ่นสีติดหลังการฟื้นฟู สภาพพื้นผิวของหนังไม่หยาบกระด้าง และมีสีสดใสเหมือนใหม่ “พนักงานและช่างฝีมือของเราได้รับการอบรมและฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ในวงการนี้ถือได้ว่าเราคือมือหนึ่ง และงานของเรารับประกันคุณภาพ 1 ปีเต็ม”

ปัจจุบันร้าน Repair Express  เป็นศูนย์บริการลูกค้าแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ เรารับซ่อมเบาะหนัง ไวนิล รูที่เกิดจากรอยบุหรี่ ซ่อมชิ้นส่วนพลาสติกแตกหัก สีเหนียวลอก รอยด่างจากน้ำหอมปรับอากาศ คอนโซลแตกร้าว เปลี่ยนผ้าบุหลังคา ซักพรมแบบถอดซักทั้งคัน ล้างไฟหน้า ติดฟิล์ม ขัดเคลือบสีรถยนต์ ล้างห้องเครื่อง ซ่อมล้อแมกซ์ ฯลฯ

นอกจากงานฟื้นฟูภายในห้องโดยสารรถยนต์แล้ว เรายังสามารถฟื้นฟูเครื่องหนังอื่นๆ เช่น ห้องโดยสารเรือสำราญ เบาะเครื่องบินขนาดเล็ก เฟอร์นิเจอร์ หรือซ่อมกระเป๋าแบรนด์เนมต่างๆ ได้อีกด้วย